วันเสาร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2556

การขอเปลี่ยนใบขับขี่จาก 1 ปี เป็น 5 ปี (ขนส่ง บางขุนเทียน)

เมื่อวาน (31/05/2013) ก็ได้เดินทางไป ที่สำนักงานขนส่งเขตบางขุนเทียนมาเพื่อไปทำเรื่องเปลี่ยนชนิดใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคลจาก ชั่วคราว (1 ปี) เป็น บุคคล (5 ปี)

หลายคนอาจนึกว่าเป็นการต่ออายุ ที่จริงไม่ใช่ เค้าเรียกว่าเปลี่ยน

ก็ไปขอใบรับรองแพทย์ก่อนไปแถวบ้าน ใช้เวลาแปปๆ ตรวจสุขภาพ ความดัน เบาหวาน กับคลินิกแถวบ้าน ในราคา 60 บาท

แล้วก็ไปถึงขนส่งประมาณ 8.00 นิดๆ ก็ไปที่ชั้น 2 เอาเอกสารให้เค้าให้ครบคือ
1. สำเนาบัตรประชาชน ก็ถ่ายเอกสารมาเลย พร้อมรับรองสำเนา
2. ใบขับขี่เก่า (แบบชั่วคราว 1 ปี)
3. ใบรับรองแพทย์

ยื่นครบก็ได้ใบคิวมา 1 ใบรอเรียก ไม่เกิน 10 นาที ให้เจ้าหน้าที่ print เอกสารให้

รับเอกสารก็ไปยื่นต่อที่ชั้น 3 วางในตระกร้า แล้วก็เข้าห้องอบรม เพื่อไปรอ

สักพักเจ้าหน้าที่ก็จะมาเรียก และอธิบาย ก็รอนิดหน่อย คนเยอะพอควร เนื่องจากมีทั้งมาทำใหม่ และต่อแบบ 5 ปี จะโดนอบรมยาวด้วย

หลังจากรอในห้องได้สักพัก เจ้าหน้าที่ก็เรียกออกไปเพื่อทำการทดสอบ 4 ด่าน
1. ตาบอดสี (มีเจ้าหน้าที่ชี้สีให้เราอ่านให้ถูกจนกว่าเค้าจะพอใจ)
2. การตัดสินใจ (ก็จะเป็นที่เหยียบๆ เหมือนจะเหยียบคันเร่งตรงไฟเขียว พอแดงปุป มาเหยียบเบรก ให้เร็วกว่า 0.7 วิ ถ้าทีเดียวผ่านก็จบ)
3. ทดสอบสายตาทางลึก (มีแท่งๆสองอัน อันขวาจะอยู่กับที่ เราต้องเลื่อนอันซ้ายให้มาตรงกับขวา อันนี้ถ้าเห็นว่าพอแล้วก็หยุด ไม่งั้นอาจตกได้ ข้าพเจ้าเกือบตกแล้ว กดเพลิน)
4. ทดสอบสายตาทางกว้าง (ก็เอาจมูกไปวางบนเครื่อง แล้วมองตรง ให้บอกสีขวาและซ้ายของเรา)

การจัดการของขนส่งที่นี่ถือว่าทำได้ดีนะ ถ้าเห็นว่าแถวยาวมากเค้าก็จะมีคนมาช่วยทดสอบเพิ่มเพื่อความรวดเร็ว

จบการทดสอบก็ไปชั้นสองต่อ เพื่อให้เค้าทำเอกสาร รอแวบนึง ก็ได้บัตรคิวเพื่อไปรอถ่ายรูปละ ใครอยากไปแต่งหน้าไรก็ดูคิวที่เค้าติดไว้ ไม่นานมาก
ตอนถ่ายรูปก็เตรียมเงินไปพอดีๆ จะดีมาก 605 บาท ก็จ่ายตอนนั้นเลย

เสร็จ จบ ใช้เวลาไปประมาณ 1.30 นาที ไม่เลวๆ

[ถ้าต่ออายุ 5 ปี รู้สึกต้องไปอบรมอะไรด้วยหละ เป็นชั่วโมงเลย]


รูปที่ถ่ายก่อนกลับบ้าน

วันพุธที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2556

สวัสดีปีใหม่

สวัสดีปีใหม่ 2013

ข้าพเจ้าป่วย เลยหายจากบล็อกไปนาน

เนื่องในโอกาสปีใหม่นี้ก็ขอให้ทุกคนมีแต่ความสุข ความเจริญ ยิ่งๆขึ้นไป
สุขภาพแข็งแรง โรคภัย ไข้เจ็บ ไม่มารบกวนนะคะ

^^

วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2555

เมนูวันนี้ : ตอน มาม่าแห้ง รวม ตู้เย็น




ส่วนผสม
1. มาม่า
2. ผักเหลือๆในตู้เย็น [ถ้าอยากใส่]
3. เนื้อสัตว์เหลือๆ [ที่เห็นในรูปคล้ายหมูยอ]

วิธีทำอย่างง่าย [ใช้ไมโครเวฟ]
1. เอาสิ่งที่ต้องการมาเตรียมไว้ หั่น และแกะให้เรียบร้อย
2. เอาชามที่เข้าไมโครเวฟได้ใส่น้ำลงไป ปิดฝานำเข้าไมโครเวฟ สัก 3 นาที
3. เอาของที่ต้องการลวกลงไปในนั้น
4. เข้าไมโครเวฟอีกสัก 3 นาที
5. ดูว่าน่าจะสุก ก็เอาของที่ลวกเสร็จออกมาไว้ในจาน
6. ใส่มาม่าลงไปในน้ำนั่น จะเอาเข้าเวฟอีกสัก 2 นาที ก็ได้
7. ดูจนได้ที่ตักใส่จาน
8. เทเครื่องปรุง
9. คลุก
10. ทานได้

จบ


ส่วนใครจะใช้กระทะต้มน้ำเอา เพื่อลวกของก็ตามสบาย

สารอาหาร
คิดว่าครบ 5 หมู่แหละ 555

น่ากินใช่ไหมละ อิอิ

วันจันทร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2555

เมนูวันนี้ : ตอนเกริ่นนำ



เคยไหมที่ไม่รู้จะทานอะไร เชื่อว่าคงเคย กระเพราก็เบื่อ ข้าวผัดก็ดูธรรมดา ไก่กระเทียม ก็กินบ่อย

ตู้เย็น
ก็ไม่มีอะไรที่จะอุ่นทานได้เลย มีแต่ ข้าวเปล่าๆ ผักเหลือๆ อาจมีเนื้อสัตว์เหลือๆ อยู่บ้าง และอะไรก็ไม่รู้เต็มไปหมด

ในตู้
ก็เต็มไปด้วยของแห้งมากมายที่ซื้อมาเก็บไว้ อาจจะตั้งแต่น้ำท่วม แต่เผอิญไม่ท่วม เลยไม่ได้กิน หรือ ซื้อมาด้วยสาเหตต่างๆ เช่นเอามาใส่บาตร

แถมยังขี้เกียจออกจากบ้านไปตากแดด เดินไกลๆ ซื้อของกิน ให้ผิวเกรียม

มีอาการอยากสร้างสรรค์เมนู ใหม่ๆ อลังการๆ หรืออาจจะแปลกๆ มาลองทานดู หรือ อวดโฉม ต่อผู้ที่เคยดูแคลน ฝีมือการทำอาหาร [หลังจากได้ทำ ก็ไม่สามารถจะรับประกันได้ว่า อาการดูแคลนจะหายไปนะจะ อาจมีมากขึ้น แล้วแต่พรสวรรค์ของแต่ละคน หุุหุ]

บทความในโอกาสต่อๆ ไปนี้ จะนำทุกท่าน เข้าสู่ อาหารทำง่าย สร้างสรรค์ [หรือเปล่าไม่รู้] แต่รู้ว่าทานได้อยู่ [เพราะพิสูจน์มาแล้ว] แก่ทุกท่าน

ติดตามกันต่อไปด้วยนะจะ

วันอาทิตย์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2555

เงินๆทองๆ : ตอน A เพิ่มรายได้ - หาเงิน จากงาน

คนเราทั่วไปถ้าไม่ได้เกิดมารวยก็ต้องทำงานหาเงินไป เพื่อเลี้ยงตัวเองและครอบครัว

คนที่ได้ทำงานที่ชอบก็ดีไป คนที่ไม่ชอบก็ทนไป ถ้าทนไม่ได้ก็หาทางอื่นๆกันต่อไป บางทีเราก็ไม่สามารถที่จะชอบได้หมดทุกอย่าง แล้วแต่ว่าระดับการยอมรับของคน แต่ละคนจะมีมากแค่ไหนกัน

ซึ่งงานถ้าจะแบ่งก็น่าจะแบ่งได้ 2 ประเภทหลักๆ นั่นก็คือ
1. งานประจำ
2. งานเสริม

บางคนอาจจะมีแต่งานประจำ บางคนอาจจะมีแต่งานเสริม บางคนอาจจะทำทั้งสองอย่างเลย
[ไม่ขอพูดถึงคนที่ไม่ต้องทำงาน หรือ ต้องขอเงินคนอื่น เช่น พ่อแม่ อยู่]

ซึ่งงานทั้งสองประเภทนี้ก็มีอะไรคล้ายๆกันดังนี้

1. การที่เราจะมีงานได้นั่นเราต้องรู้ตัวเองก่อนว่าเราชอบทำอะไร เช่น ชอบวาดรูป ชอบอ่านหนังสือ และอื่นๆ [XXX ลอง List รายการสิ่งที่ชอบทำมาสัก 10 อย่าง XXX]

2 หางาน
2.1 ถ้าอยากเป็นเจ้าของธุรกิจ บริษัท หรือร้านค้า ก็ต้องมีความพร้อมอื่นๆร่วมด้วย เช่น ใจ เงินทุน และความรู้ ถึงจะทำแล้วน่าจะรุ่งเรือง [เอาไว้ดูก่อนถ้ามีอารมณ์จะเขียนอีกบทความเกี่ยวกับการมีธุรกิจของตัวเองควรทำยังไงดี]
2.2 ถ้าอยากหาประสบการณ์จากการทำงานในบริษัทเอกชนและรัฐบาล หรือ อยากทำงานเป็นพนักงานมากกว่า ก็ต้องหาตำแหน่งที่เหมาะสมกับตัวเอง

แหล่งต่างๆในการหางาน
A : คนรู้จัก ทั้งญาติ พ่อ แม่ พี่ น้อง หรือ แม้กระทั่งเพื่อน เป็นแหล่งที่ค่อนข้างดี เนื่องจากเราสามารถสอบถามสภาพแวดล้อมการทำงานในแต่ละที่ได้ว่ามีความเหมาะสมกับตัวเองไหม อาจรู้ข่าววงใน และ อาจมีคนช่วยสนับสนุนในการได้งานด้วย [ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าพ่อแม่เส้นใหญ่แล้วให้ลูกเข้ามาทำงาน แต่หมายถึงให้แนะนำให้เข้ามาได้อย่างถูกต้องด้วยความสามารถ]
B: ตามสื่อต่างๆ เช่น หนังสือพิมพ์หน้าหางาน, เว็บไซด์หางานทั่วๆไป เช่น www.jobthai.com,
th.jobsdb.com, เว็บของบริษัทโดยตรง, ป้ายประกาศ, วิทยุ, และโทรทัศน์  แยะเยะมากมาย

การจะได้งานที่เราชอบ และ ตรงตามที่เราต้องการนี่ยากยิ่ง [ที่สำคัญอย่าหลอกตัวเองว่าชอบ]
นี่เป็น Step คร่าวๆ ที่น่าจะช่วยได้บ้าง

[XXX ลอง List รายการงานที่คิดว่าอยากทำมาสัก 10 อย่าง อาจเอาข้อมูลจากรายการสิ่งที่ชอบมาประกอบ XXX]
[XXX เรียงลำดับความชอบจากมากไปหาน้อย XXX]
[XXX หยิบ 3 อันดับแรกมา XXX]
[XXX ลองหางานดูว่ามีบริษัทไหนเปิดรับสมัครสิ่งที่เราอยากทำอยู่บ้าง XXX]
[XXX ดูความสามารถตัวเองเทียบกับคุณสมบัติที่เค้าต้องการ XXX]
[XXX ถ้าคุณสมบัติไม่ตรง ต้องตัดสินใจว่า จะฝึกฝนเพิ่มเติมไหม หรือจะเปลี่ยน XXX]
[XXX ถ้าคุณสมบัติตรง --> เริ่มหาข้อมูลบริษัทที่เสนองานมาว่ามีลักษณะการทำงานอย่างไร XXX]
[XXX ถ้าหาข้อมูลไม่ได้ก็ต้องลองดูว่าจะเสี่ยงไปไหม XXX]
[XXX ถ้าหาข้อมูลได้ก็คิดว่าชอบจริงๆไหม XXX]
[XXX ถ้าชอบก็ต้องสู้เต็มที่ ให้เค้าเลือกเราให้ได้ ทั้งจากการหาข้อมูล เตรียมตัว และฝึกฝน XXX]
(สำหรับการเขียน Resume กับ การสัมภาษณ์งานมีในบทความเดือนพฤศจิกายน นะคะ)
[XXX ถ้าได้ก็ขอให้ได้ทำงานอย่างมีความสุข XXX]
[XXX ถ้าไม่ได้ก็ต้องสู้ต่อไป หรือหาวิธีใหม่ๆมาเพื่อให้ได้ เช่น เรียนต่อ หรือหางานเล็กๆ เสริมทำไปก่อนจนประสบการณ์เยอะขึ้นก็ว่ากันไป XXX]

3. ทำงาน [ให้มีความสุข] 

xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx

แต่ละคนก็มีแนวทางการหางานต่างกันไป คนที่ได้งานแต่ไม่ชอบงานที่ได้มาก็มีถมไป คนที่ได้งานที่ชอบจริงๆก็มากมาย คนที่ไม่ได้งานก็เยอะไป

เราจะอยุ่กลุ่มไหน ขึ้นอยู่กับเราเลือกเอง หาใช่โชคชะตาไม่

ตัวข้าพเจ้าเชื่อว่า
การได้ทำงานที่ตัวเองมีความสุข งานจะออกมาดี เมื่องานออกมาดี เงินก็จะดีตาม
อย่ายึดติดกับงานที่เงินดี แต่ทำอย่างไม่มีความสุขเลยคะ

ท้ายนี้ก็ขอให้ทุกคนหางานที่ชอบกันได้นะคะ ^^

GnohZnutlll

วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2555

เงินๆทองๆ : ตอน ขั้นตอนการจัดการเงิน

ผู้เขียนก็เพิ่งจะทำงานมีเงินเก็บได้ไม่กี่ปี และคิดว่าการจัดการกับเงินเป็นเรื่องสำคัญต่อการบรรลุเป้าหมายบางอย่างได้

เป้าหมายของคนเราอาจแตกต่างกัน บางคนมีเป้าหมายเล็ก บางคนเป้าหมายใหญ่ [หรือบางคนอาจไม่มีเป้าหมาย] เช่น บางคนอาจตั้งเป้าหมายว่าจะหาเงินเพื่อมาซื้อมือถือให้ได้ภายใน 1 เดือน, บางคนอยากเก็บเงินเพื่อไปเที่ยวรอบโลก หรือ บางคนขอให้มีเลขในบัญชีเยอะๆไว้ก่อนเดี๋ยวอนาคตก็จะรู้เองว่าจะใช้อะไร

หาความรู้มาพอควรก็เลยมาเล่าสู่กันฟังเพื่อเป็นประโยชน์

สรุปขั้นตอนหลักๆได้ดังนี้

ก่อนอื่น เราต้องหาเป้าหมายตัวเองให้เจอ หรือ ถ้าใครไม่มีเป้าหมาย แต่แค่อยากมีเงินมากๆก็ไม่ว่ากัน



การเพิ่มรายได้
A. หาเงิน
B. เก็บออมเงิน
C. นำเงินมาทำให้งอกเงย

การลดรายจ่าย
D. การรู้ตัว
E. การควบคุมตัว
F. การแก้ไขตัว

เนื่องจากข้อมูลของแต่ละหัวข้อ A, B, C,.... มีรายละเอียดโดยเฉพาะของตัวมัน เลยขอแยกไปอีกหลายๆบทความตามหัวข้อข้างต้นนะคะ

GnohZnutlll


วันศุกร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2555

GIMP : ตอน การ Crop รูปภาพ [Crop Picture]

การ Crop รูปภาพ เช่น รูปตัวอย่างด้านบน ต้องการตัดขอบข้างๆ ให้เหลือแต่ตา สองข้าง อย่างง่ายๆ


1. เปิดรูปภาพที่ต้องการออกมา
2. เลือก Tools > Transform Tools > Crop


หรือเลือกเครื่องมือดังรูปได้




3. ลากตำแหน่ง สีทึบๆจะถูกตัดทิ้งทั้งหมด > เมื่อได้ขนาดที่ต้องการก็กด Enter


4. เสร็จ ได้ภาพดังนี้ 

GnohZnutlll

วันพฤหัสบดีที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2555

GIMP : ตอน การเซพไฟล์ออกมาเป็น Type ต่างๅ [Save File - Many Type]

เชื่อว่าหลายคนเคยประสบปัญหา พอแต่งรูปเสร็จกลับเซพไฟล์เป็น Type ต่างๆ ไม่เป็น
นี่คือวิธีที่จะช่วยทำให้ปัญหานั่นหมดไป 555 ที่จริงมันง่ายมาก เพียงแต่ไม่ใช่กดที่ Save as

1. หลังจากได้รูป ต้องการเซพเป็นไฟล์ประเภทต่างๆ
2. เลือก File > Export...


3. จะมีกล่องเด้งขึ้นมา ด้านล่างๆจะมีเขียน Select File Type ก็กดไป คราวนี้ต้องการไฟล์ประเภทไหนก็เลือก แล้วก็กด Export


4. แต่ละชนิดของรูปก็จะมีกล่องอื่นๆเด้งขึ้นมาเพิ่มเติมเพื่อถามความต้องการอื่นๆไป ก็แล้วแต่จะเลือกคะ
5. จบแล้ว

ง่ายใช่ไหมละคะ
^^

GnohZnutlll

วันพุธที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2555

GIMP : ตอน การแก้ไขขนาดรูป [Re-Size]

การแก้ขนาดรูป

1. เปิดโปรแกรม GIMP ขึ้นมา
2. เลือก File > Open


3. เลือกภาพที่จะแก้ไขขนาด แล้วกด Open








 4. เลือก Image > Scale Image ...


5. ปรับแต่งข้อมูลตามต้องการ เช่น ขนาดรูป [Image Size] แล้วกด Scale


ถ้าต้องการให้ขนาดมีสัดส่วนกว้างต่อยาวเหมือนเดิมให้ กดรูปโซ่ เป็นดังภาพ ถ้าต้องการปรับสัดส่วนเองหมดก็กดที่โซ่อีกที ให้เหมือนเป็นโซ่แตกๆ


GnohZnutlll



วันอังคารที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2555

GIMP : ตอนที่ 1 โปรแกรมแต่งรูปฟรี


คนส่วนมากเวลานึกถึงโปรแกรมแต่งภาพจะนึกถึงโปรแกรม Photoshop ซึ่งผู้เขียนก็เคยใช้งานและคิดว่าเจ๋งมาก แต่ราคาของ Software นั้นก็แพงใช่เล่น ถึงแม้จะมีของผิดกฏหมายมาให้โหลดอยุ่เต็มไปหมด แต่ก็ไม่อยากทำ [เข้าใจหัวอกคนเขียนโปรแกรมเหมือนกัน มั่ง?]

ผู้เขียนเลยลองหาข้อมูลดูว่ามีโปรแกรมไหนบ้างที่ใช้งานได้ใกล้เคียงกัน และเป็นโปรแกรมฟรี

ก็ได้มาเจอกับ GIMP [the GNU Image Manipulation Program] การใช้งานแรกๆ อาจจะยากกว่านิดหน่อย แต่พอใช้จนชินแล้วก็ถึงกับชอบเลยเหมือนกัน 

สำหรับคนที่ไม่อยากละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น แต่ก็ไม่มีทุนทรัพย์เพียงพอ 
สามารถ Download Program นี้ได้ที่



กดตรงเหลืองๆ มันจะลิงค์ไปอีกหน้า เพื่อ Download ทันทีเลย

หลังจากได้ไฟล์มาก็ Install ตามปกติ เป็นอันเสร็จพิธี เปิดใช้งานได้เลย
แต่ถ้าใครมีข้อสงสัยก็ถามมาได้เลยยินดีตอบเสมอๆ

ตอนต่อๆไปจะเป็นการใช้งาน GIMP ติดตามต่อกันด้วย
GnohZnutlll



วันจันทร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2555

วาทะเด็ดของคนรู้จัก : ตอน 2

-
-
-

"ยิ่งเราก้าวไปสู่ตำแหน่งที่ใหญ่มากเท่าไร เราควรยิ่งทำตัวให้นอบน้อมมากเท่านั้น"

-
-
-
GnohZnutlll

วันอาทิตย์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2555

วาทะเด็ดของคนรู้จัก : ตอน 1

-
-
-

"ถ้าเรายังไม่สามารถที่จะคุมตัวเองได้ แล้วจะเอาอะไรไปบังคับ ไปคุมคนอื่นได้"

-
-
-
GnohZnutlll


วันเสาร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2555

งานทอดกฐิน VS งานทอดผ้าป่า


เคยสงสัยกันไหมว่าทอดกฐิน กับทอดผ้าป่า ต่างกันยังไง

วันนั้นได้ไปที่วัดไปทำบุญทอดกฐิน เลยได้รู้ข้อมูลมาคร่าวๆ

กล่าวคือ ในแต่ละวัด

ช่วงเวลาการรับ
ผ้าป่า = ได้ตลอดเวลา
ผ้ากฐิน = ได้ 1 เดือนหลังออกพรรษา

จำนวนการรับ
ผ้าป่า = ได้ไม่จำกัด
ผ้ากฐิน = ได้ 1 ครั้งต่อปี

คงหายข้องใจกันไม่มากก็น้อย

ส่วนเรื่องบุญนั้นว่ากันว่าการทอดกฐินนั้นต้องมีการทำในกำหนดเวลา และ กำหนดจำนวน จึงถือเป็นพิธีที่ได้อานิสงค์แรง

แต่ยังไงก็ขึ้นอยู่กับใจของคนแหละคะว่ามีความตั้งใจแค่ไหน ถ้าตั้งใจมากผลดีก็เกิดแก่ตัวคนนั้นแล
อาจมีข้อมูลที่ละเอียดกว่านี้อีกก็เป็นได้คะ

GnohZnutlll


วันศุกร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

มหากาพย์รถเมล์ไทย : ตอนกระบอกตังค์ ไม่ธรรมดา

ขอบคุณภาพประกอบจาก internet

วันนึง อีกแล้ว 555

ก็นั่งรถเมล์เรื่อยไป ก็นั่งฟังคนขับรถเมล์กับกระเป๋ารถเมล์คุยกัน + ประสบการณ์ที่ผ่านมา

ก็ได้ฟังเกี่ยวกับ กระบอกตังค์ของกระเป๋า ที่เป็นทรงกระบอกยาวๆ ที่กระเป๋าเอาไว้ทำเสียงแงบๆ เก็บตังค์จากเราและก็ฉีกตั๋วให้

ภายนอก
มีหลายขนาด ทั้งขนาดสั้น ขนาดยาว ก็แล้วแต่ชอบกันไป [บางคนบอกชอบยาวๆ เพราะอะไรไม่ทราบได้ ไม่เคยเป็นกระเป๋า 555]

มีหลายสีอีกตังหาก โดยใช้สติกเกอร์ติดโดยช่างผู้ชำนาญก็ว่าไป หรือจะพ่น หรืออื่นใดก็แล้วแต่จินตนาการและเงินในกระเป๋า

วัสดุยิ่งดีก็ยิ่งแพง โลหะ ทองเหลือง อะลูมิเนียมหรือ สแตนเลส ก็ว่าไป

ภายใน
ก็สามารถแบ่งส่วนได้เป็นที่ใส่ตั๋ว กับที่ใส่ตังค์ ก็แล้วแต่ แต่ละคนจะจัดการ บางสายมีหลายราคาก็ต้องมีที่เก็บตั๋วเยอะหน่อย หรือจะเอาที่เก็บตั๋วมาใส่ตังค์เหรียญเล็กๆแยกไว้ก็ว่าไป

ราคาของกระบอกก็มีหลากหลาย ตั้งแต่ 500 ถึงเป็นพัน [ตอนแรกก็ไม่เคยคิดเลยนะว่าราคามันจะไปได้ถึงขนาดนั้น] คล้ายๆเป็นของแฟชั่นของกระเป๋ารถ เอาไว้ประดับกันเลยทีเดียว ราคาพอๆกับมือถือถูกๆเลยอะ

แถมมีช่างมืออาชีพที่ทำงานติดสติกเกอร์กระบอกโดยเฉพาะ แวะเวียนไปตามอู่ต่างๆ โดยชื่อเสียงก็จะได้จากการบอกต่อกันของ คนขับ กับกระเป๋า

เสียงของกระบอก อันนี้ก็อาจเป็นปัจจัยนึงในการเลือกใช้งานได้ 555 แงบๆ แก็ปๆ กับๆ แหอะๆ

การหาซื้อก็น่าจะมีอยู่แถวๆที่มีอู่รถเมล์ เพราะคนทั่วไปเค้าก็คงไม่เอาไว้ทำอะไรเท่าไหร [นอกจากบางคนอาจอยากลองสะสมดู] แถวจตุจักรก็มี หรือจะหาซื้อจากอินเตอร์เน็ตก็ไม่ยากเกินไป

ส่วนใครที่คิดว่าการถือแล้วแค่เปิดๆ ปิดๆ ฉีกตั๋ว หยิบตังค์ง่ายๆ ก็ขอบอกไว้ก่อนเลยว่าคิดผิด เพราะของจริงก็ต้องใช้ความชำนาญอยู่พอควรเลยทีเดียว

แล้วรูปทรงนั้นก็ออกแบบมาคิดว่าค่อนข้างมีประโยชน์นะ เพราะเหมาะมือ และวางตรงราวเหนือประตูได้พอดีเลย เวลาเหนื่อยๆ และไม่เคยเห็นมันวางอยู่แล้วเปิดได้เองเหมือนกันแหะ

อยากรู้เหมือนกันว่าใครเป็นคนออกแบบ เพราะตอนแรก กระเป๋ารถเมล์ก็ใช้กระเป๋านี่เหละเก็บตังค์ แต่ตอนหลังพึ่งมาเปลี่ยน แต่ก็เปลี่ยนก่อนเราๆ หรือบางคนจะเกิดกันอะนะคะ 555 นานละ

วันนั้นก็นั่งรถเมล์ไป เรียนวิชารถเมล์ศึกษาไป 555
GnohZnutlll

วันพฤหัสบดีที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

วัฐจักรของแมว

รูปประกอบจากเน็ต แต่ตัวน้ำตาลเหมือนไอ้ตัวเล็กมาก

แด่ไอ้ตัวเล็ก

มีแมวอยู่ตัวนึงตั้งชื่อให้มันว่าไอ้ตัวเล็ก แม่มันคลอดลูกมาหลายคลอกแล้ว คลอกนี้น่าจะมีสามตัวแต่ตัวนึงตกหลังคาตายไปก่อนหลังจากเกิดได้ไม่ถึงเดือน อีกตัวไม่รู้ ส่วนตัวนี้อยู่รอดมาได้

ไอ้ตัวเล็กมีสีน้ำตาลเหลืองที่ตัว ส่วนอื่นๆก็จะเป็นสีขาว ตัวผู้ แม่มันพาลงมาจากหลังคาหลังจากผ่านไปหลายเดือน ในตอนแรกมันก็แอบอยู่ใต้เก้าอี้ใกล้กับจานอาหาร พอคนไม่อยู่ก็มาทานอาหารกับแม่ของมัน ซนมาก เคยจับมาไว้ในบ้านเพื่อให้รถขยับอยู่ประมาณชั่วโมง - สองชั่วโมง เพราะมันชอบไปแอบในล้อรถ อันตราย ตอนนั้นตัวสั่นมาก พยายามคุมมันให้อยู่ในเขตแดน พอขยับรถเสร็จก็ปล่อบไปวิ่งจู๊ดเลย

สักพักแม่มันก็เริ่มท้องอีก และก็ทิ้งไอ้ตัวเล็กไว้อยู่ตัวเดียว ชอบเล่นกับคนแล้ว รู้ว่ามันเหงาเพราะแม่มันแอบไปคลอดลูกอีกแล้ว และแม่มันไม่ยอมให้มันเข้าใกล้เพราะมันซนมาก เล่นกับแม่มันไม่หยุดแม่มันคงเหนื่อย ขนาดเราบางทียังเซง ที่มันชอบมาเกาะแกะที่ขา จะเดินก็ลำบากกลัวจะเหยียบมัน

เวลาหิวเริ่มร้องไม่หยุด จนกว่าจะสนใจ มีความอดทนมาก บางทีก็ตะกุยประตูให้สนใจซึ่งเราก็ชอบแกล้งมันด้วยการสะบัดน้ำที่มือใส่ แต่มันก็ไม่เข็ด พอเลิกกลัวน้ำก็มาใหม่ จนคนนี่แหละหมดความอดทนต้องไปให้อาหารมัน ซึ่งบางทีมันก็ไม่ได้อยากทานอาหาร มันอยากเล่นด้วย

ตอนหลังๆชักชอบวิ่งเข้าบ้านมานอนเล่น ปกติจะเลี้ยงมันนอกบ้านปล่อยอิสระ แต่ชอบวิ่งเข้ามาสำรวจในบ้านเหลือเกิน โดยเฉพาะห้องน้ำ ตัวนี้ใจกล้ามากกว่าแม่มันเยอะ ยังเด็กด้วยเลยขี้อ้อน ขี้เล่น และหลอกง่าย

ของเล่นที่ชอบคือก้านดอกไม้ประดิษฐ์ยาวๆ ที่เอามาล่อมันออกจากบ้านได้ทุกครั้งไป ซึ่งบางทีมันก็ไม่เชื่อ เริ่มฉลาด หลังจากโดนหลอกหลายที แต่ก็ยังฉลาดไม่พอนะไอ้หนู

วันๆ มันก็เอาแต่กิน กับนอน จนสังเกตได้ว่ามีพุงอะ แมวอ้วน

มีอยู่ครั้งนึงเคยได้อาหารแมวอย่างดีมา เอาให้มัน มันก็เลียกับแม่จนจานสะอาดเลย

อ่อตอนหลังจากแม่มันคลอดลูก ก็กลับมาหาตัวนี้อีกครั้ง เล่นกันน่ารักมาก ลูกมันคงรักแม่มันมากเหมือนกัน

อยู่มาวันนึงตอนกำลังจะออกจากบ้านไปทำงานตอนเช้า ก็เห็นมันนอนนิ่งอยู่ นิ่งมาก นิ่งจนน่ากลัว เลยเรียกน้อง เรียกพ่อออกมาดู พ่อเป็นหน่วยพิสูจน์

พ่อบอกว่าไอ้ตัวเล็กตายแล้ว อาจโดนรถชน คือ พ่อบอกว่ากระดูกแหลก แต่คือเราไม่เห็นรอยเลือดเลย คาดว่าน่าจะช้ำใน

จากการคาดเดาคิดว่ามันน่าจะถูกรถชนแล้วใช้แรงสุดท้ายวิ่งมาตายในรั้วบ้าน ที่มันเกิด

เราเศร้ามาก ไม่ได้เจอเหตุการณ์ที่สูญเสียมานานมากแล้ว

จะรักและคิดถึงแกตลอดไป ไอ้ตัวเล็ก ขอให้แกได้ไปเกิดในที่ดีๆ มีความสุขนะ ลาก่อน น้องรัก

ใครบอกว่าแมวมีเก้าชีวิต ไม่จริงเลย มันมีแค่ชีวิตเดียวเท่านั้น ในขณะที่มันยังอยู่ก็รัก และดูแลมันให้มาก ได้ไม่เสียใจ TT

ใครที่ยังมีพ่อแม่อยู่ก็เช่นกัน ไม่รู้ว่าวันไหนจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น รักและดูแลท่านให้มากได้ไม่เสียใจเมื่อสายเกินไป

GnohZnutlll

วันพุธที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

มหากาพย์รถเมล์ไทย : ตอน สปีค อิง ลิช


วันนี้ก็นั่งรถเมล์ตามปกติ

พอถึงป้ายนึง อยู่ๆก็มีผู้หญิงชาวต่างชาติเดินขึ้นมาพร้อมถามเป็นภาษาอังกฤษว่า "ที่นี่ไปสะพานพระรามเจ็ดไหม"

ด้วยความที่ข้าพเจ้าเห็นกระเป๋ารถเงียบๆ เลยช่วยถามกระเป๋าให้

กระเป๋าตอบว่า "ไม่"

ข้าพเจ้าได้ยินว่า"ไป"ก็เลยบอกเค้าว่าไปได้

เค้าก็เลยขึ้นมานั่งเรียบร้อยเลย

กระเป๋าเลยรีบบอกว่าไม่ไปนะ

ข้าพเจ้าเลยรีบบอกเค้าว่า "ขอโทษด้วยรถคันนี้ไม่ได้ไป ฉันเข้าใจผิด"

กระเป๋าก็พูดเป็นภาษาอังกฤษเสริมมาว่า "รถไปอนุสาวรีย์ ถ้าไปพระราม 7 ต้องสาย 50"

เค้าก็เข้าใจว่า โอเคๆสาย 50 ขอบใจมาก แล้วรีบเดินลงไป

ข้าพเจ้าก็นั่งอึ้งๆอยู่ ว่าเดี๋ยวนี้รถเมล์ไทยพัฒนาไปพอควรเลยนะ สามารถสื่อสารกับชาวต่างชาติได้ด้วย ถึงแม้จะยังไม่ค่อยจะกล้าๆในตอนแรก หรือยังเป็นแค่เพียงประโยคสั้นๆ แต่แค่นี้ก็เพียงพอที่จะช่วยชาวต่างชาติได้ละนะ

กระเป๋ารถเมล์ ไม่ได้มีดีแค่เก็บตังค์ 555

มีเรื่องราวเกี่ยวกับรถเมล์อีกเยอะ ไว้จะมาเล่าต่อนะคะ ติดตามกันด้วย ^^
GnohZnutlll




วันอังคารที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

เคยได้ยินมาเกี่ยวกับการรับบริจาค


การรับบริจาคก็ไม่ได้ผิดอะไร บางครั้งนักศึกษาก็ต้องหาเงินจากสังคมหนึ่ง ไปช่วยอีกสังคม แต่ถ้าอยากให้เงินที่ได้รับมีจำนวนมากทำยังไง?

มีคนเคยบอกไว้

แต่ให้ลองทายกันก่อน
การรับบริจาค ถ้าเทียบระหว่างแยกกันไปเงียบๆ กับ ทำเป็นกลุ่มคึกครื้น
อย่างไหนจะได้เงินบริจาคมากกว่ากัน?



สรุปคือไปเงียบๆได้เงินเยอะกว่า



เพราะอะไรนะหรือ? คงเพราะคนเราขี้อายมั่ง อยู่ต่อหน้าคนเยอะๆเลยไม่กล้าเดินเข้าไปบริจาค ทั้งๆที่บางทีก็อยากทำ และ แยกกันไป ไปหลายที่เจอคนได้มากกว่าด้วย ถ้ารวมกลุ่มเราก็จะอยู่ได้ไม่กี่ที่ คนที่เจอเราก็อาจจะน้อยกว่า

แต่ก็แล้วแต่คน เวลา และสถานที่ละนะ แต่ถ้าเป็นแนวร้องเพลงเปิดหมวก ผลก็อาจจะต่างกัน ก็ไม่รู้ได้

ก็แค่คนบอกมาไม่ได้มีงานวิจัยจริงจัง จะเชื่อไม่เชื่อก็อยู่ที่วิจารณญาณละกันนะคะ เพื่อน้องๆจะต้องรับบริจาคได้ลองวิธีนี้ดู

GnohZnutlll

วันจันทร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

มหากาพย์รถเมล์ไทย : ตอนรถเมล์ฟรี


เนื่องจากผู้เขียนก็นั่งรถเมล์เกือบทุกวัน ผ่านประสบการณ์กับรถเมล์มาก็หลากหลาย จึงอยากเล่าให้หลายๆคนได้อ่านกัน อาจเป็นทั้งเรื่องเล่า ข้อสงสัย ข้อสังเกตก็ว่าไป

โดยในตอนนี้ก็เป็นเหตุการณ์จำลองที่เมื่อมีรถเมล์ฟรีวิ่งมา ณ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
- รถเมล์แดงวิ่งมา
- สายตาทุกคู่หันควับ ล็อกเป้าหมายไปที่เลขสายรถ และ แถบรถเมล์ฟรีเพื่อประชาชนสีฟ้า
- เมื่อเป็นสายรถที่ต้องการ สมองแต่ละคนก็สั่งการให้วิ่ง (ถ้าเป็นสายที่ไม่ได้มานานแล้ว หลายคนนึกว่ามีคนมาแจกเงินเลยทีเดียว)
- รถเมล์พยายามวิ่งไปให้ไกลที่สุดก่อนจอด ซึ่งก็วิ่งเร็ว และคนก็วิ่งกรูแบบไม่กลัวรถชนกันเลยทีเดียว
- รถเมล์จอด
- ผู้โดยสารพยายามจะลง (ถูกคนที่พยายามจะขึ้นบังไว้)
- คนพยายามแย่งกันขึ้น (ถูกคนที่จะลงบังทางไว้)
- หลายคนที่จะให้คนบนรถลงมาก่อนพอเปิดทางปุปก็โดนแย่งที่ปัป
- พอคนลงมาหมดแล้ว คนที่จะขึ้นก็กรูกัน
- เจอเป้าหมายเป็นเก้าอี้ว่างๆปุป นั่งปับ
- พอได้ที่นั่งก็สบายใจ บางคนอาจหลับตาทันที
- ส่วนใครที่ต่อท้ายๆก็จะเริ่มปลงว่าคงไม่มีที่
- ถ้าที่นั่งหมด คนก็จะเริ่มยืนออกันที่ประตู เพราะไม่อยากไปอยู่หลังๆกลัวออกมาไม่ได้
- เบียดเสียดกันไป ถ้าตอนเช้าก็ว่าไป ถ้าตอนเย็นนี่แทบตายกับกลิ่นตัวเลยทีเดียว
- กระเป๋าไล่ให้คนขยับๆเข้าไปข้างใน
- ทุกอย่างลงตัว ประตูปิด
- รถเคลื่อนออกไปยังป้ายต่อไป และกระเป๋าเริ่มแจกตั๋วฟรี

เหตุการณ์พวกนี้จะเกิดขึ้นเร็วมาก และเกิดได้ทุกวันเลยทีเดียว
จากเหตุการณ์บอกได้ว่า
1. คนชอบของฟรี
2. คนเห็นแก่ตัวก็มี
3. คนมีน้ำใจก็มี
4. และ ก็มีคนหลากหลายมากมาย ที่เป็นตัวแทนของสังคมเราได้

ไม่มีไรมากแค่เหตุการณ์จำลองสนุกๆให้คนได้จิตนาการตาม ^^
GnohZnutlll

วันอาทิตย์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ความเข้ากันได้ของแต่ละ Group เลือด


การบริจาคเลือดถึงแม้จะมีมากมายแต่ใช่ว่าเลือดทุกถุงจะเข้าได้กับทุกคน ต้องดูกลุ่มเลือดเป็นหลักด้วย เพราะถ้าให้เลือดผิดจะยิ่งเป็นอันตรายแก่คนรับถึงชีวิตได้

ตามระบบ ABO ก็จะแบ่งเลือดเราได้ 4 กลุ่ม คือ A B O AB

A     เข้าได้กับ A, O
B     เข้าได้กับ B, O
O     เข้าได้กับ O เท่านั้น
AB   เข้าได้กับ ทุกกลุ่มเลย

หมายถึงเลือดเฉยๆนะคะ ไม่ใช่นิสัย 555 จะเห็นได้ว่ากลุ่ม O สามารถให้ได้ทุกกลุ่มเลย น่าจะเป็นเป้าหมายในการให้มาบริจาคเลือดเยอะๆนะนี่ ส่วนกลุ่มอื่นก็อย่าเสียใจไปมาร่วมทำบุญกันได้อยู่

สำหรับใครยังไม่รู้ว่าตัวเองกลุ่มเลือดอะไร ลองไปบริจาคเลือดแล้วให้เค้าส่งผลมาบอกก็ได้นะว่าอยู่กลุ่มอะไร ได้ไม่ตกเทรนนะจะบอกให้

บุญที่ยิ่งใหญ่คือบุญจากการให้โดยไม่หวังสิ่งใด

วันเสาร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

การเตรียมตัวก่อนการบริจาคเลือด



จากบทความที่แล้ว หลายคนคงอยากไปบริจาคเลือดดูสักครั้งในชีวิต แต่ไม่ใช่ว่าคิดจะทำก็ทำได้ เราต้องมีการเตรียมตัว เตรียมใจไว้เช่นกัน

โดยหลักเกณฑ์หลักๆมีดังนี้
0. อายุตั่งแต่ 17- 55 ถ้ามากกว่านั่นต้องไม่ใช่การบริจาคครั้งแรกและได้ถึง 70 ปี และถ้า 17 ก็ต้องมีหนังสือยินยอมจากพ่อแม่ ผู้ปกครอง
1. นอนหลับมาไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมง
2. สุขภาพดี ไม่ได้ทานยาใดๆทั้งสิ้น
3. ทานอาหารมาก่อนบริจาค พอควร ย่อยง่ายไม่มีไขมัน เพราะถ้าไม่ทานเลยอาจเป็นลมได้
4. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมง และบุหรี่ 1 ชั่วโมง
5. สตรีไม่มีประจำเดือนและไม่ท้องอยู่
6. ต้องห่างจากครั้งที่แล้ว 3 เดือน

ส่วนช่วงที่กำลังบริจาค และ หลังจากบริจาคก็ฟังพยาบาลที่รับบริจาคละกัน

ใครต้องการข้อมูลเพิ่มเติม เข้าไปดูได้ที่ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย

อย่ากลัวการทำดี ^^
GnohZnutlll